Piercing~ปมซ่อนฆ่า (1994|Ryu Murakami / วิลาส วศินสังวร|สนพ.เอิร์นเนสต์ (Earnest))

Piercing Ryu Murakami_382_480

      รู้สึกเหมือนไม่ถึงที่สุด ไม่สาแก่ใจเรา ไม่ใช่ไม่ดี อยากเกาะตัวละครไปให้ถึงที่สุด เหมือนโดนตัดจบ เรารักคาแรกเตอร์แบบนี้นะ ไม่รู้ทำไม พวกจิตบกพร่อง แต่เหมือนจะรู้ตัว พวกถูกทำร้ายในวัยเด็ก พวกที่ใจแหลกสลาย แต่ก็ยังใช้ชีวิตในแบบไม่สมบูรณ์ต่อไปได้

       อ่านแล้วก็นึกถึงป๋าฮารูกิแต่เปลี่ยนจากตัวละครปัคเจคชนจ๋า มาเป็นคนป่วยจิตเภทแล้วพาเราไปสำรวจ ความคิด จิตใจ ความเจ็บปวดในวัยเด็ก และสะท้อน/กลายร่างออกมาเป็นผู้ใหญ่ที่ขาดพร่อง พร้อมทำร้ายคนอื่นและตัวเอง ราวเสียงหัวใจนั้นมันถูกสร้างขึ้นมาจากความเจ็บปวดในวัยเด็ก เพื่อบงการตัวเองในวัยผู้ใหญ่ ให้มีชีวิตต่อไปได้ในหนทางที่เลวร้าย หรือแค่ประคองตัวเองให้เป็นปกติเท่านั้น คือไม่เลวระยำก็แค่ผ่านไปวันๆ

       เนื้อเรื่องพาเราลงไปคลุกอยู่แต่กับเรื่องมืดดำ คนป่วยทางจิตสองคนที่บังเอิญมาเจอกัน ด้วยเรื่องเซ็กซ์วิตถาร ด้วยเรื่องรสนิยมที่ผิดแผก คาวาชิมะที่ต้องฆ่าใครสักคนเพื่อให้ตัวเองใช้ชีวิตต่อไปได้ ชิเคอิที่พยายามทำร้ายตัวเอง  เพื่อข่มใครอีกคนที่คนจ้องมองเธอ เราชอบนะมันสะท้อนความรู้สึกของผู้ชายผู้หญิงในการรับมือต่อความผิดหวังได้ดี เราเคยรู้มาว่า ฮอร์โมนเพศชาย/หญิง มันก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ส่งผลต่อพฤติกรรมที่จะแสดงออกเมื่อผิดหวังเสียใจ อย่างผู้ชายมักไปทำร้ายคนอื่น ส่วนผู้หญิงมักเลือกทำร้ายตัวเอง ทั้งคาวาชิมะและชิเคอิ เหมือนคู่นัดเดทบิดเบี้ยวที่พลัดทำร้ายกันในแบบที่ตัวเองเข้าใจ แต่มันเป็นความเข้าใจที่ผิดเพี้ยน ไปๆมาๆมันจึงเหมือนเป็นการช่วยประคองชีวิตกันและกันระหว่างคนป่วยที่พร้อมจะตายทุกเมื่อ ตอนที่อ่านมาจนถึงฉากที่ชิเคอิแทงขาตัวเองในห้องน้ำของโรงแรม นึกขึ้นมาว่าอยากให้ ทาเคชิ มิเอกะ เอาไปทำเป็นหนัง พออ่านไปจนจบเราก็ยังรู้สึกอย่างนั้นอยู่เพราะ หาก Visitor Q หรือ Audition มันสะท้อนความมืดหม่นความเลวร้ายของคนได้แค่ไหน Piercing ก็ไม่ต่างกัน (จริงๆแล้วป๋าริวก็ผู้กำกับหนังด้วยนะ แต่เราไม่เคยดูหนังของเขาเลย ชื่อของทาเคชิจึงผุดขึ้นมาในหัวทันทีเมื่อความมืดหม่นในหนังสือมันทาบทับภาพจากหนังของทาเคชิที่เราเคยดู)

ปล รูปประกอบจาก http://www.goodreads.com/book/show/14288.Piercing

Tamaru

1q84image2

เรื่องที่อยากบอกอีกเรื่องหนึ่ง คือผมพยายามปกป้องเธอเท่าที่จะทำได้ หากมีใครให้ต้องซัด ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร ก็จะออกไปซัดให้หมอบ ไม่เกี่ยวกับเรื่องแพ้ชนะ แต่ไม่ทอดทิ้งแน่นอน

สะดุดกับบทของตัวละตัวนี้มาก ชายคนนี้ชื่อ ทามารุ เป็นชายที่ผ่านประสบการณ์โชกโชนมาตั้งแต่วัยเด็ก เป็นนักสู้ฝีมือฉกาจ เป็นพ่อบ้านที่สุดแสนปราณีต สุขุม ลุ่มลึก เขาเลือกใช้ชีวิตอยู่ในฉากของการใช้ความรุนแรงลงทัณฑ์คนเลวที่กฎหมายเพิกเฉย ทามารุเป็นมือขวาของหญิงชราคนหนึ่งซึ่งฉากหน้าเธอคือเจ้าขององค์กรที่คอยช่วยเหลือหญิงสาวที่ถูกใช้กำลังทารุณร่างกาย แต่อีกด้านเธอคือผู้สั่งปลิดชีวิตคนเลวที่ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ต่อไปนั้นเอง

อยากเห็นทามารุโลดแล่นในหนังแนว ดราม่า-แอ็กชัน ของ หว่องกาไว

แมวเหงา?

2014-07-12_004019

… เจอแมวตัวนี้มาสองสามวันแล้ว วันนี้สบโอกาสเห็นมันนั่งปล่อยอารมณ์อยู่ตัว(คน)เดียว จึงนั่งลงคุยกับมัน ก็ไม่เชิงเป็นการพูดคุยหรอก ดูเป็นการซักถามเพียงฝ่ายเดียวเสียมากกว่า ผมเริ่มทักด้วยประโยคที่ว่า ไง เหงาไหม มันชายตาขึ้นมามอง พูดด้วยเสียงราบเรียบว่า เคยเห็นแมวอยู่กันเป็นกลุ่มป่ะ ถ้าไม่เคย นั้นแหละคือคำตอบ มันค่อยๆหลับตาลงแล้วหยิบกางปลาที่ซุกอยู่ที่กระเป๋าหลังขึ้นมาเลีย ผมแย้งว่า การอยู่อย่างสันโดษไม่ได้หมายความว่าจะไม่รู้สึกเหงา นั้นมันมุมมองของเอ็งแต่ข้าไม่ใช่… ผมถามต่อว่า เคยอยากมาลองเป็นคนบ้างป่ะ เอ็งเคยเบื่อกับการเป็นคนบ้างป่ะละ ถ้าขนาดเอ็งยังเบื่อ แล้วข้าจะอยากเป็นคนทำซากอะไรละ เออก็จริงเนอะ แต่เราอยากลองเป็นแมวดูสักวันนะ ข้ารู้นะเหตุผลของเอ็งคืออยากรู้ว่าถ้าเป็นแมวแล้วยังจะรู้สึกเหงาอยู่ไหม งี่เง่าอะ มันจะต่างอะไรเอ็งมาอยู่ในร่างแมวแต่ในขณะที่วิธีคิดของเอ็งยังเป็นคนอยู่ เฮ้อ ข้าละเบื่อ ถ้าเอ็งอยากหลุดพ้นจากวิถีแบบคน เอ็งก็หยุดดูนาฬิกา หยุดทำงาน หยุดเล่น face book IG line อะไรห่าเหวนั้นสิ เลิกใส่เสื้อผ้า หยุดคิดถึง หยุดรัก แล้วมันก็หยุดพูดราวตั้งใจเว้นช่วงให้ผมพูดอะไรสักอย่าง ผมคิดไม่ทันว่าจะพูดอะไรต่อดี มันจ้องหน้าผมแล้วพูดต่อว่า ที่นี้เอ็งรู้ยังละว่าข้านะไม่มีทางเหงาหรอก เพราะข้าไม่มีในสิ่งที่เอ็งมี ข้าไม่คิดในสิ่งที่เอ็งคิด ข้าไม่รักในแบบที่เอ็งรัก ข้าไม่รู้สึกหื่นกามในแบบที่เอ็งรู้สึก (ผมหัวเราะ มันเข้าใจความหื่นกามของคนด้วย) และข้าไม่คิดจะทำร้ายกล่าวโทษตัวเองในแบบที่เอ็งกำลังทำอยู่ ใช่ไหมละ ผมหัวเราะยอมแพ้ ไม่รู้จะคุยอะไรต่อจริงๆจึงขอมันถ่ายรูป มันชำเลืองตาขึ้นมามองแทนคำตอบ ก่อนผมจะยุติบทสทนาระหว่างผมกับแมว ผมถามคำสุดท้ายกับมันว่า แล้วตอนที่ถูกทิ้งละไม่รู้สึกอะไรเหรอ ข้าไม่เคยมีบ้าน ข้าไม่ต้องการเป็นสัตว์เลี้ยงของใคร เข้าใจตรงกันนะ ฮ่าๆ ผมชักชอบแมวตัวนี้แล้วสิ ไหนๆเราก็คุยกันรู้เรื่องละ ไปอยู่กับเราไหม มันตอบกลับมาด้วยการทิ้งตัวลงนอนเหยียดตัวยืดยาวราวกับจะสลัดความน่ารำคาญที่เกาะอยู่บนตัวมันมาร้อยกว่าปี

อยากเป็นนาคาตะ (Kafka on the shore~คาฟกา วิฬาร์ นาคาตะ)