Split (2016|M. Night Shyamalan)

split_anya_taylor-joy_600x326
cr รูป : http://www.denofgeek.com

เป็นเรื่องบังเอิญดีที่ก่อนหน้านี้เราเพิ่งอ่าน Piercing ปมซ่อนฆ่า จบไป นิยายมันเล่าเรื่องของคาวาชิมะกับซาเซอิซึ่งทั้งคู่ป่วยเป็นจิตเภท คาวาชิมะต้องการฆ่าใครสักคนเพื่อระงับอาการหลอกหลอนจากที่เคยถูกแม่ทำร้ายในวัยเด็ก ส่วนซาเซอิมักทำร้ายตัวเอง เธอเคยโดยพ่อแท้ๆโลมเลียโยนีตั้งแต่ยังเด็ก ส่วนตัวละครอย่างเคซีย์กับเคลวินก็ผ่านประสบการณ์เลวร้ายวัยเด็กมาไม่ได้ต่างอะไรกับคาวาชิมะและซาเซอิเลย ซึ่งพฤติกรรมที่ผู้ปกครองกระทำกับเด็กทั้ง 4 คนก็แทบไมได้ต่างกันเลยเช่นกัน

สำหรับหนังของเอ็มไนท์ เราไม่เคยคาดหวังถึงเรื่องการหักมุมหัวทิ่มบ่อสักเท่าไร แต่เราสนใจว่าเอ็มไนท์จะเล่าเรื่องอะไรและหาทางออกให้ตัวละครของเขายังไง ใช่แหละเราสนใจสิ่งที่เอ็มไนท์จะสื่อกับเรามากกว่า อย่างเรื่อง Sign มันไม่ใช่หนังที่เราชอบมาก แต่เรามักนึกถึงที่ข้อความที่หนังสื่อออกมา เราจึงค่อนข้างเชื่อในองค์ประกอบของหนังทั้งเรื่อง อย่างเรื่องน้องชายได้รางวัลนักเบสบอลจอมหวด ลูกสาวที่ชอบวางแก้วที่ยังมีน้ำดื่มไว้เกลื่อนบ้าน หรือลูกชายทีป่วยเป็นหอบหืด ในตอนท้ายของหนังเราจึงเชื่อว่า มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบกับเรานั้น มีเหตุผลเสมอ เอาเข้าจริงๆ เราเกือบจะอินในเรื่องความศรัทธากับอะไรบางอย่างนะ แต่พอชีวิตตัวเองมันเหี้ยได้ลุ่มๆดอนๆ เราจึงไม่ไปถึงไหนสักทีกับ Sign ก็เช่นกัน

กลับมาที่ Split…
คนนอกคือคนนอกอยู่วันยันค่ำ เราเห็นการเปรียบเทียบด้านพฤติกรรมและการแต่งตัวระหว่างเคซีย์กับเพื่อนๆ ตั้งแต่ฉากในรถก่อนถูกลักพาตัว เพื่อนสาวสองคนที่เบาะหลังต่างดี๊ด๊าสนใจอยู่กับโพสของหนุ่มๆในโลกโซเชียล หรือวิธิคิดเรื่องการอ้างถึงคอร์สเรียนคาราเต้ระยะสั้น ซึ่งเพื่อนของเคซีย์เคยเรียนมาว่ามันจะช่วยทำให้พวกเธอหลุดรอดจากการคุมขังของเดนนิสได้ ซึ่งในมุมมองของเคซีย์คอร์สเรียนขายฝันพวกนี้ มันช่วยห่าอะไรเราไม่ได้หรอก เพราะพวกเธอไม่เคยมีประสบการณ์ต่อยตีของจริงๆ หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าหน้าผม เพื่อนสาวสองคนของเคซีย์แต่งตัวแบบสาวอเมริกันที่เราเห็นบ่อยๆในหนังเกี่ยวกับวัยรุ่นชิคๆกลุ่มหนึ่ง ส่วนเคซีย์ เธอแต่งตัวแบบ…เคิร์ท โคเบน (ลุคแบบนี้กุมหัวใจเรามาก) ทั้งหมดนี้มันจึงเหมือนบันทึกอย่างย่อถึงโลกที่เราอยู่ตอนนี้…

เคซีย์ไม่ได้อยู่ในแผนลักพาตัว เธอเป็นคนนอกที่อยู่นอกสายตาของเดนนิส เธอมีที่ท่าเปิดใจกับเฮกวิก นัยหนึ่งเธออยากหนีไปจากเรื่องบ้าๆพวกนี้ แต่อีกนัยหนึ่งอาจเพราะเฮกวิกเป็นเด็ก 9 ขวบ ที่ไร้การเสแสร้างแบบผู้ใหญ่ เธอจึงกล้าพูดเรื่องที่เธอไม่อยากสุงสิงกับเพื่อนหลังเลิกเรียนให้เขาฟัง…เอาเข้าจริงๆ เธอกับเคลวิน เดนิส แพททริเซีย หรือคนอื่นๆ ต่างก็เป็นเด็กที่ถูกทำร้ายมาอย่างสะบักสะบอมเช่นกัน ในที่สุดเธอจึงรอดพ้นจากการเซ่นสังเวยให้ปีศาจ ประโยคที่น่าจะเป็นเดนนิสพูดหลังจากเห็นร่องรอยแผลทางยาวหลายรอยที่ท้องของเคซีย์ (ฉากนี้น้องแอนยาโคตรเซอร์วิส ขอบคุณ เอ็มไนท์ มา ณ ที่นี้) ประมาณว่า คนที่แหลกสลายมักจะมีวิวัฒนาการที่สูงส่งกว่า (หากว่ากันตามภาาษาชาวบ้าน ซีนนี้คงหมายถึง คนที่ชีวิตต่ำตมแต่มีความทะเยอทะยาน มักขยันกว่า มักดิ้นรนกว่า หรือพูดให้ถูกจริตยุคนี้ คนเหล่านี้มักถีบส่งตัวเองให้ออกมาจาก comfort zone กว่าคนที่ถูกโอบอุ้มด้วยสภาพแวดล้อมที่ดีมาตั้งแต่เกิด)

ถ้ามองในแง่เคซีย์ ความทุกข์ทรมานที่เธอเผชิญอยู่จากลุงนั้นคงทำให้เธอไม่ตายง่ายๆ ในแง่ของเดนนิสนี่คือการสร้างบุคคลิกที่ 24 ซึ่งแข็งแกร่ง ทรงพลัง และชั่วร้าย (จะออกแนวมาร์เวล์ละ) เพื่อปกป้องตัวเองจากพวกมนุษย์ปกติทั้งหลาย เราจึงค่อนข้างชอบเนื้อหาของสปลิทที่ว่าด้วยตัวละครที่โดนทำร้าย พวกที่สุดท้ายก็กลายเป็นแค่คนป่วย กลายเป็นคนนอกที่สังคมมักมองด้วยสายตาไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ สุดท้ายแล้วคนพวกนี้ก็หาทางออกด้วย ตรรกะแปลกเพี้ยนและรวมตัวอยู่กันเป็นกลุ่มก้อนที่สังคมแสร้งมองไม่เห็น…(คาวาชิมะกับซาเซอิก็เช่นเดียวกัน) นอกเหนือจากนั้น ในส่วนของการเล่าเรื่องก็สนุกระดับหนึ่ง ฉากน้องแอนยาใส่เสื้อกล้ามเป็นฉากเซอร์วสแฟนบอยที่ดีมากๆ (ไม่เกี่ยว)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s