ฉลาดเกมส์โกง (2017|นัฐวุฒิ พูนพิริยะ)

oqcb4zirv21ZE5C7nX5-o_318_480

        สนุกวะ น่าจะประมาณหนังแบบ ocean 11 เลย ชิงไหวชิงพริบ เน้นชั้นเชิง ภาพตัดฉับไหว แต่อาจดูจัดจ้านกว่า กวนตีนกว่า ลุ้นกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้นคงเพราะประเด็นของหนังมันเป็นประสบการณ์ร่วมกับเราทั้งการเคยลอกข้อสอบเพื่อน เคยให้เพื่อนลอกข้อสอบ แล้วถูกจับได้ แล้วไงละ โดนตีทั้งคู่ แล้วต้องสอบใหม่ มันก็แค่นี่จริงๆ หรืออย่างครูที่เอาโจทย์ที่ใช้สอนพิเศษมาออกเป็นข้อสอบเก็บคะแนน ตอนนั้นก็ได้แต่ด่าครู แล้วก็ปล่อยมันผ่านเลยไป เป็นต้น และพาร์ทดราม่าที่พอดีกับเนื้อหาหลักของหนังมาก ราวซีนที่เลือกมาเล่านั้นมันช่วยขับดันให้ตัวละครมีชีวิตจิตใจมาก เล่าน้อยแต่มันฮุคเข้าเป้าทุกซีน เราชอบซีนที่ลินน้ำตาไหลตอนค้นของแล้วเจอใบหย่าของพ่อกับแม่ ซีนที่ลินลังเลที่จะลบรูปแบงค์ จึงเดินไปหาแบงค์ที่ห้องสอบสวน เอาจริงๆเธอรู้อยู่แล้วว่าถ้าถูกจับจะต้องทำยังไง แต่นั้นเพราะความรู้สึกระหว่างเธอกับแบงค์มีมากเกินเพิ่อน… เมื่อพูดถึงซีนนี้ ก็ต้องพูดถึงซีนแข่งตอบคำถามด้วย การเปรียบเปรยความไม่เรียบร้อยของแบงค์กับพ่อของลิน การปรายตาแอบชำเลืองมองกันและกัน มันโคตรดี

ชอบที่หนังทำให้เห็นภาพความแตกต่างของเด็กที่มาจากชนชั้นกลางกับชนชั้นสูง ทั้งความพยายามรักษาตัวเองให้อยู่ในระบบ ด้วยวิธีที่คิดต่างกันแต่มันเอื้อถึงกัน ด้วยเพราะคุณค่าของการศึกษาถูกดูแคลนด้วยการซื้อและโกงข้อสอบ ซึ่งมันทำให้เห็นว่า “เงิน” เป็นใหญ่มากพอที่จะช่วยรักษาความฝันของพ่อแม่ของเด็กบ้านรวยให้คงอยู่กับชวนสานฝันของเด็กบ้านฐานะธรรมดาให้เป็นจริงได้เร็วขึ้น   ยิ่งเมื่อนึกถึงคำพูดของแบงค์ เรื่องการสอบชิงทุนที่เขาหวังว่าการศึกษาในระบดับสูงมันจะช่วยให้แม่สบายขึ้น ความฉลาดของแบงค์จึงกลายเป็นดาบสองคมขึ้นมาทันทีเมื่อมีความลำบากของแม่มาเดิมพัน…ถ้ามองให้ลึกมากกว่านั้น นี่ไม่ใช่เพราะความล้มเหลวของการศึกษาไทยหรอก แต่มันเป็นความไม่เท่าเทียมกันของคนต่างหากที่เป็นแรงกระตุ้นให้เราทำทุกอย่างโดยไม่สนใจวิธีการของมัน คงเหมือนที่ลินบอกแบงค์ว่า ถึงแกจะไม่โกง แต่ชีวิตก็โกงอยู่ดี

โดยรวมหนังสนุกมาก อย่างที่พูดไปตอนต้น แม้รู้สึกไม่เชื่อสนิทใจกับทริคการโกงบ้างก็ตาม แต่ก็ยังเหมือนขัดใจนิดนึงกับฉากจบของหนังอยู่ดี (แม้ครั้งนี้จะรู้สึกน้อยกว่าเคาน์ดาวน์มากก็ตาม) ถ้าไม่นับความชอบส่วนตัวตอนจบของหนังเป็นการคลี่คลายที่ดี ในแง่ให้ความสบายใจกับคนดู บวกกับด้วยพลอตหนังที่ปูความเชื่อใจและความชื่นชมที่ลินมีต่อพ่อของเธอเอง มันเหมือนเป็นการสรุปเรื่องเพื่อให้ลงเอยด้วยความถูกต้องแบบที่สังคมคาดหวังอยู่กลายๆ และนี่แหละคือสิ่งขัดใจสำหรับเรา ซึ่งมันทำให้เรารู้สึกว่าหนังกำลังสอนศีลธรรมชุดเดิมๆที่เราได้ยินมาตั้งแต่เด็กให้กับเราอีกครั้ง สุดท้ายมันเหมือนการยอมจำนนให้กับความดีที่สังคมคาดหวังให้มันเป็นอย่างนั้นและตลอดไป

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s